บันทึกฉบับเบติว่ากล่าวส เชือด กรานาดา 2-1ขึ้นที่ 6 ลาลีการ่างอัตโนมัติ

เรอัล เบตำหนิส เชือด กรานาดา เฉียด 2-1 เก็บสามแต้มสำคัญแซงขึ้นอันดับ 6 เพิ่มโอกาสได้ไปฝ่า ยูโรปา ลีก ฤดูหน้า

การประลอง บอล ลา ลีกา ประเทศสเปน ประจำคืนวันจันทร์ที่ 10 เดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา เจ้าของบ้าน เรอัล เบตำหนิส กลุ่มอันดับ 7 เปิด เอสตาดิโอ เบนิโต้ บียามาริน รังเหย้ารับมือ กรานาดา กลุ่มอันดับ 10

โดยผลงานในลีกปัจจุบันของทั้งคู่นั้น เบตำหนิส เสมอในลีกมา 6 เกมติด ปัจจุบันบุกไปเสมอกับ บายาโดลิด 1-1 ส่วน กรานาด้านั้น แพ้คาบ้านให้ กาดิซ 0-1

ผลที่ตามมา ครึ่งแรกในนาที 39 ไอโคนร์ รุยบัล หลุดกับล้ำหน้าขึ้นมาทางซ้าย ก่อนดีดเข้ากลางให้ บอร์ฆา อีเกลเซียส พลิกยิงด้วยขวาตุงตาข่าย เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0

ครึ่งหลังนาที 66 กรานาดา ก็มาตามตีเสมอเป็น 1-1 สำเร็จ เมื่อ มาร์ก บาร์ยี่ห้อ ส่งบอลคืนหลังพลาด ดาร์วิน มาคิส ฉกบอลได้ ก่อนล็อกหลบผู้เฝ้าประตูเบตำหนิสเข้าไปยิงกล้วยๆ

อย่างไรก็ดี ในช่วงท้ายเกมนาที 87 เบตำหนิส ได้ประตูพลิกแซงนำอีกทีเป็น 2-1 เมื่อได้ลูกฟรีคิกสองจังหวะบนเส้น 6 หลา บอร์ฆา อีเกลเซียส ยิงคราวแรกไปติดกำแพง ก่อนที่จะตามซ้ำฤษีองเสยคานเข้าไป

ทำให้จบเกม เรอัล เบตำหนิส เปิดบ้านเชือดเอาชนะ กรานาดา ไปแบบเฉียด 2-1 ขยับแซง บียาร์เรอัล ขึ้นมารั้งอันดับ 6 ของตารางได้อีกที

ชุดขาว ฮึด ไล่เจ๊า เซบีย่า2-2 แต่อดขึ้นจ่าฝูง ศึกลา ลีกา

เรอัล มาดริด ทำได้เพียงแค่เปิดบ้านไล่ตีเสมอ เซบีย่า ช่วงท้ายเกม ไป 2-2 พลาดการขึ้นนำเป็นหัวหน้าฝูง ลา ลีกา ประเทศสเปน อย่างน่าเสียดาย

ศึกบอล ลา ลีกา ประเทศสเปน นัดนี้ เป็นการพบกันระหว่าง เรอัล มาดริด ที่เปิดสนามเอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน ต้อนรับการมาเยือนของ เซบีย่า

ฝั่งชุดขาว เจ้าบ้านจัดกลุ่มในระบบ 4-3-3 วางเฟเดริโก้บัลเบร์เด้, คาขอบ เบนเซมา รวมทั้งวินิซิอุส จูเนียร์ เป็นสามประสานในแนวรุก

ทางด้านเซบีญา แขกเลือกใช้แผน 4-3-3 เช่นกัน โดยมี ลูคัส โอคัมโปส, อเลฮันโดร โกเมซ รวมทั้งซูโซ เป็นสามประสานในแนวรุก

ผลปรากฏว่า ครึ่งเเรก เป็นทาง เซบีย่า ที่ออกนำ 1-0 ในนาที 22 อีวาน ราคิตำหนิช โขกชงมาให้ แฟร์นานโด ที่เกี่ยวหลบ กาเซมีโร่ ก่อนจะยิงด้วยซ้ายส่งบอลผ่าน ตำหนิโบต์ ฉันร์กตัวส์ แทงตาข่าย

ชุดขาว ลุยหนักหวังเอาคืนรวมทั้งมีลุ้นจาก กาเซมีโร่ กับ จูเนียร์ วินิซิอุส ที่สับไกไม่ผ่าน ยาสซีน โบโน่

ด้านหลังครึ่งแรก โลส บลังโกส ได้โอกาสอีกครั้ง ครั้งนี้ กาเซมีโร่ ยิงไกลแต่บอลหลุดกรอบออกข้างหลังไปครึ่งหลัง ชุดขาว เดินหน้าบีบคั้นอย่างนาทีที่ 65 โทนี่ โครส สาดบอลเข้าทาง วินิซิอุส จูเนียร์ กดด้วยขวาแต่บอลชนเสาอย่างน่าเสียดาย

แต่สองนาทีต่อมา ราชันชุดขาว ตีเสมอ 1-1 โทนี่ โครส แทงมาให้ มาร์โก อาเซนซีโอ ยิงด้วยซ้ายแบบไม่จับส่งบอลแทงตาข่าย

กระนั้นเป็น เซบีย่า ที่ขึ้นนำอีกครั้งในนาที 78 จากจังหวะที่ เอแดร์ ไม่ลิเตา โดนจับแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ วีเออาร์ ยืนยัน รวมทั้งเป็นทาง อีวาน ราคิตำหนิช ฆ่าไม่พลาดพาทีมนำ 2-1

ช่วงทดเวลานาทีที่ 4 โทนี่ โครส ยิงไถล เอแด็น อาซาร์ บอลเปลี่ยนแปลงทางแทงตาข่าย

จบเกม เรอัล มาดริด เปิดบ้านเสมอ เซบีย่า 2-2 ทำให้ ราชันชุดขาว ตามหลัง แอตเลตำหนิโก มาดริด 2 คะแนน รวมทั้งเหลือเกมลงสู่สนามอีก 3 นัด

สังสรรค์แชมป์สวยงาม! บาเยิร์น มิวนิค ไล่กระหน่ำ โบรุสเซีย มึนดังเช่นว่ากลัดบัค 6-0

การประลองฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมนี 2020/21 นัดที่ 32 บาเยิร์น มิวนิค ที่รับประกันครอบครองแชมป์สมัยที่ 31 สดๆร้อนๆจากการที่คู่ที่ผ่านมา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ชนะ เครื่องปรับอากาศเบ ไลป์ซิกข์ ไป 2-1 เปิดอัลลิอันซ์ อารีท้องนา รับการมาเยือนของ โบรุสเซีย มึนอย่างเช่นกลัดบัค อันดับที่ 7 ของตาราง

วันนี้เจ้าถิ่นใช้แผน 4-2-3-1 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ค้ำหน้าเป้า จามัล มูเซียลา, คิงส์เลย์ โกม็อง แล้วก็ โธมัส มุลเลอร์ คอยสนับสนุน ด้านกลุ่มเยือนมาในระบบ 4-4-2 วาเลนติเตียนโน ลาซาโร กับ โยนาส ฮอฟมันน์ ลากเลื้อยริมเส้น มาร์คัส ตูราม จับคู่ บรีล เอ็มโบโล ล่าตาข่าย

ผลของการแข่งขันปรากฏว่า ขุนพลเสือใต้เป็นข้างเอาชนะไปกินขาด 6-0 ได้ประตูจาก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ทำแฮตทริกนาทีที่ 2, 34 กับสังหารจุดโทษนาที 66, โธมัส มุลเลอร์ นาที 23, คิงส์เลย์ โกม็อง นาที 44 ปิดท้ายด้วยผู้เล่นสำรอง เลรอย ซาเน นาที 86

โดยเกมนี้เจ้าของบ้านต้องเหลือผู้เล่น 10 คนภายในนาที 75 ด้วย จากการที่ ต็องกีย์ เนียงซู แผงหลังดาวรุ่งโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ทั้งๆที่พึ่งถูกเปลี่ยนตัวลงไปเล่นได้เพียง 5 นาทีเท่านั้น

จากชัยชนะนัดนี้ ทำให้ บาเยิร์น มิวนิค เก็บเพิ่มเป็น 74 คะแนน ครอบครองแชมป์บุนเดสลีกาสมัยที่ 31 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร แล้วก็เป็นสมัยที่ 9 ต่อเนื่องกัน ส่วน โบรุสเซีย มึนอย่างเช่นกลัดบัค มี 46 คะแนนเท่าเดิม

ไม่ใช่ผีแดง! สื่ออิตาลี เปิดเผย ชมรมต่อไปที่ “โรนัลโด้” ปรารถนาย้ายไปค้าแข้งในตอนบั้นปลาย

คลาดิโอ ไรมอนดิ นักข่าวกีฬาของอิตาลี กล่าวมาว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ สตาร์ชาวประเทศโปรตุเกสวัย 36 ปีของ ยูเวนเหม็นตุส ต้องการจะย้ายกลับไปเล่นให้กับ สปอร์ติง ลิสบอน อดีตทีมเก่าภายหลังจากหมดสัญญากับ ทัพม้าลาย ในปี 2022 นี้

โดยก่อนหน้านี้ทีมดังที่ลีกสูงสุดประเทศโปรตุเกส เป็นสมาพันธ์ที่ปลุกปั้นยอดนักฟุตบอลอย่าง โรนัลโด้ ขึ้นมา โดยเจ้าตัวเข้าระบบอค้างเดมีของทีมตั้งแต่อายุ 12 ก่อนที่จะปี 2002/03 จะได้รับช่องทางกับทีมชุดใหญ่ระหว่างที่แก่ได้เพียงแต่ 17 ปีเพียงแค่นั้น ก่อนที่จะถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าตัวไปร่วมทีมในฤดูกาลถัดมา

จนถึงปัจจุบันเจ้าตัวค้าลำแข้งอยู่กับ ยูเวนเหม็นตุส แต่ด้วยผลงานอันเสื่อมโทรม ทำให้มีข่าวลือถึงการที่เจ้าตัวไม่มีความสุขในอิตาลีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูกาลนี้ที่เสียแชมป์ กัลโช เซเรีย อา ให้กับคู่แข่งอย่าง อินเตอร์ มิลาน ไป รวมถึงการที่ทีมประสบความล้มเหลวในบอลยุโรปตามที่คาดหวังเอาไว้โรนัลโด้ มีข่าวสารเกี่ยวพันกับ 2 อดีตสมาพันธ์ยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่แต่ ไรมอนดิ นักข่าวกีฬามีชื่อเสียงของอิตาลีชี้ว่า สตาร์ชาวประเทศโปรตุเกสรายนี้จะอยู่กับ ทีมม้าลาย จนกระทั่งจบฤดู ก่อนที่จะตกลงใจย้ายไปซบสมาพันธ์เก่าอีกหนึ่งทีมอย่าง สปอร์ติง ลิสบอน ในช่วงบั้นปลาย

“ผมแน่ใจว่า คริสเตียโน จะอยู่ที่อิตาลีจวบจนกระทั่งหมดสัญญา แต่ต่อจากนั้นเขาจะย้ายออกไปอย่างแน่นอน โดย แมนฯ ยูไนเต็ด หรือ เรอัล มาดริด จะไม่ใช่จุดหมาย เนื่องจากว่าด้วยวัย 37 ปี ณ เวลานั้น 2 สมาพันธ์นี้อาจไม่มีสิ่งดึงดูดใจมากพอที่เขาจะย้ายกลับไปภายหลังจากเคยบรรลุความสำเร็จอย่างยิ่งมาเกือบ 100%แล้ว ซึ่งผมพอจะทราบมาว่า โรนัลโด้ มีทีมในใจอยู่แล้วนั่นคือ สปอร์ติง ลิสบอน ผมว่าเขาจะใช้เวลา 2-3 ปีช่วงท้ายอาชีพกิจการค้าลำแข้งสำหรับเพื่อการพาอดีตต้นสังกัดกลับมาบรรลุความสำเร็จให้ได้อีกครั้ง” ไรมอนดิ กล่าว

เก็บตกประเด็นร้อนข้างหลังเกม ยูโรปาลีก ปีศาจแดง ลิ่วเข้าชิง ปะทะ เรือดำน้ำ

34 ครั้ง เป็นจำนวนของโอกาสทำคะแนนจากทั้งคู่ทีมรวมกัน ซึ่งแบ่งเป็นฝั่ง โรมา 21 ครั้งเข้ากรอบ 12 เป็น 3 ประตู แล้วก็ แมนฯ ยูไนเต็ด 13 ครั้งเข้ากรอบ 5 เป็น 2 ประตู

ซึ่งขั้นแรกทีมเยือนมาเน้นตั้งรับแล้วก็รอสวนกลับแจ่มแจ้ง ส่วนเจ้าถิ่นเป็นข้างดาหน้าบุกเข้าใส่ กระทั่ง อสุรกายแดง ออกนำจากจังหวะโต้กลับ ทำให้ช่วงหลัง ทัพสุนัขป่ากรุงโรม ไม่มีอะไรจะเสีย เดินหน้าบุกเต็มดูด

ซึ่งนั้นทำให้เกมค่อนข้างจะเปิดแลกกันอย่างเบิกบาน ด้าน แมนฯ ยูไนเต็ด เองมีโอกาสโต้กลับหลายที ประเภทที่มีต่างข้างต่างมีลุ้นกันเกือบทุกนาทีเลยทีเดียวคงต้องพูดว่าถ้าเกิดวันนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มิได้ ดาบิด เด เคอา ที่องค์ลงอย่างที่เห็น อสุรกายแดง บางทีอาจมิได้เข้าชิงก็เป็นไปได้ เนื่องจากว่าตั้งแต่ช่วงต้นเกมที่เจ้าตัวต้องออกแรงเซฟสวยๆหลายต่อหลายที

แถมในตอนช่วงหลังที่ โรมา ได้ประตูออกนำ 2-1 เป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย เหมือนกับว่าเจ้าถิ่นจะมีแรงฮึดขึ้นมาอีกรอบ ซึ่งก็ได้นายด่านเลือดวัวกระทิงดุรายนี้นี่แหละ ที่ไม่ยอมรับลูกยิงแบบสม่ำเสมอที่ถั่งโถมเข้ามารัวๆมากกว่าปินกลได้แบบปาฏิหาริย์ กระทั่งกล่าวได้ว่าเอารางวัล แมน ออฟ เดอะแมทช์ ไปได้เลยแต่ก็อย่าลืมขอบคุณมากบรรดาแนวรับที่สามัคคีกันปั้นให้ เด เคอา ได้โอกาสงัดฟอร์มเก่งออกมาให้แฟนบอลได้เห็นกันแบบเต็มสองตาอีกรอบในกลางคืนนี้คู่ต่อสู้ของ อสุรกายแดง ในปีนี้นั่นเป็น บียาร์เรอัล ที่ยัดเสมอ อาร์เซนอล 0-0 ก่อนที่จะชนะไปด้วยสกอร์รวม 2-1 ในที่สุด โดยสถิติที่ผ่านมา 4 นัดหมายที่พบกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ใน แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มเมื่อปี 2005 แล้วก็ 2008 ออกมาด้วยผลเสมอ 0-0 ทั้งยัง 4 เกม

โดนในปัจจุบัน ทัพเรือมุดน้ำ จัดว่ามีขุมกำลังที่ไม่ธรรมดานำโดย เกราร์ด โมเรโน แล้วก็ ขว้างโก อัลกาเซ สองศูนย์หน้าชาวประเทศสเปนที่ยิงรวมกันแล้วถึง 38 ประตูในปีนี้ แถมยังมี เปา โคนร์เรส ที่เคยตกเป็นข่าวสารกับ แมนฯ ยูไนเต็ด คอยคุมแนวหลัง

ที่สำคัญเป็นมี อูไน เอเมรี โค้ชที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าที่ถ้วยรายการนี้ รับรองด้วยสถิติที่ครองแชมป์มาสูงที่สุดในบรรดาผู้จัดการทีมทุกคนบนโลกใบนี้อีกด้วย

ชายหนุ่มๆถูกอกถูกใจสิ่งนี้! “เอพริล” ดารานางแบบเพลย์บอยสุดเอ็กซ์สาวกงูใหญ่

ไม่พลาดแน่ๆสำหรับ เอพริล ซัมเมอร์ส ดารานางแบบสาวสุดฮอตของ “แมกกาซีนเพลย์บอย” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสาวกตัวยงของ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน สมาคมดังในเวทีกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

โดยหลังจากที่ “เนรัซซูปรี่” สามารถกลับมาทวงความโหฬารในลีกอิตาลี ด้วยการผงาดคว้าแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 19 ในประวัติศาสตร์สมาคม และถือเป็นการกลับมาคว้าสคูเด็ตโต้ได้อีกครั้งในรอบ 11 ปี ภายหลังจากครั้งสุดท้ายทำได้เมื่อปี 2010

ดารานางแบบคนที่ใครๆก็รู้จักก็ออกมาโพสต์ใจความถึงกลุ่มรักว่า “ฟอร์ซ่าอินเตอร์! ขอแสดงความยินดีกับ อินเตอร์ มิลาน พวกท่านเป็นผู้ชนะ” อย่างไรก็แล้วแต่มีคนรักบอลบางรายเข้าไปแย้งเธอว่าไม่คิดที่จะโชว์ภาพในชุดว่ายน้ำสังสรรค์การคว้าแชมป์ในครั้งนี้หน่อยหรอ ซึ่งเธอตอบกลับว่า “ฉันเป็นสุขมากๆกับชัยชนะครั้งนี้ ส่วนเรื่องชุดว่ายน้ำรอติดตามกันต่อไป”

สำหรับ เอพริล ซัมเมอร์ส หรือชื่อเต็ม นาเดีย ฟอสเตอร์ ดารานางแบบสาวแนววาบหวิวคนอังกฤษ ที่ไปดังในประเทศอิตาลี ข้างหลังเคยไปออกรายการโทรทัศน์ พร้อมประกาศตัวว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ อินเตอร์ มิลาน สมาคมดังดินแดนมะกะโรนี ซึ่งเธอติดตามเชียร์กลุ่มมาอย่างต่อเนื่องในสนาม ส่วนจะแจ่มแค่ไหนไปส่องกันเลย

จำไม่ลืม! “เจอร์ราร์ด” เผยข้อเสนอแนะสำคัญจาก “คล็อปป์” ก่อนเดินเส้นทางโค้ช

สตีเวน เจอร์ราร์ด ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวอังกฤษของ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ทีมดังแห่งลีกสก็อตแลนด์ เปิดเผยคำแนะนำที่ เยอร์เกน คล็อปป์ ก่อนที่ตนจะรับงานคุมกองทัพ เดอะ ไลท์บูลส์ เมื่อปี 2018

“ผมเกือบจะไม่อยากเชื่อเลยว่ามันผ่านมา 3 ปีแล้ว ผมรักการทำงานและหน้าที่นี้ มันเป็นเรื่องที่แสนน่ายินดีและเป็นเกียรติมากมายๆที่ได้ทำสิ่งนี้ นี่คือการเดินทางที่บางครั้งก็ได้พบกับเรื่องน่าอัศจรรย์ และบางครั้งก็ทำให้มีความรู้สึกตกต่ำ”

“ผมรู้มาตลอดว่ามันควรเป็นอย่างนี้ นี่เป็นการเดินทางที่ทำให้คุณได้ไปทุกที่ที่ต้องการ มันพาคุณไปยังจุดสูงสุด, ความรู้สึกที่แสนน่าอัศจรรย์ แต่มันก็ทำให้ผมจำเป็นต้องตกต่ำเช่นเดียวกัน”

“ผมยังจำตอนที่พูดคุยกับ เยอร์เกน คล็อปป์ ก่อนที่ผมจะรับงานนี้ อีกทั้งการบริหารทีมและวิธีการทำเรื่องอื่นๆผมได้ถามเขามีเรื่องมีราวสำคัญๆอะไรบ้างที่เขาสามารถชี้แนะผม ซึ่งทำให้ผมได้ศึกษาจากเขาเพื่อที่จะได้พัฒนาตัวเองในอนาคต”

“เขาพูดกับผมเสมอว่า ‘พากเพียรและมีความสมดุลที่สุดเท่าที่จะทำได้’ ซึ่งปัจจุบันนี้ผมเข้าใจถ่องแท้แล้วว่าเพราะเหตุใดเขาถึงพูดแบบนั้น”

โทษสถานหนักถึงตัดแต้ม! แมนฯ ยูไนเต็ด จำต้องลุ้นหลังแฟนบอลก่อความโกลาหลจนกระทั่งเกมเลื่อน

“ปีศาจร้ายแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจเจอบทลงโทษขั้นรุนแรงในกรณีที่ปล่อยให้แฟนบอลบุกเข้ามาก่อความวุ่นวายในสนาม ก่อนเกม “แดงเดือด” ที่พวกเขาจะเปิดบ้านต้อนรับ ลิเวอร์พูล ในศึก พรีเมียร์ลีก เมื่อวันอาทิตย์ก่อนหน้านี้ ตามรายงานจาก เดลี่เมล์

แฟนบอล ปีศาจร้ายแดง ได้รวมตัวกันประท้วงหน้าสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ก่อนเกมจะเริ่มขึ้นไม่กี่ชั่วโมง รวมทั้งส่วนหนึ่งส่วนใดสามารถเข้ามาในสนามรวมทั้งรวมตัวกันจุดดอกไม้เพลิงรวมทั้งขับร้องเฉดหัวไล่ตระกูลเกลเซอร์ผู้ครอบครองชมรม ซึ่งสถานะการณ์ดังที่กล่าวถึงแล้วทำให้ทางผู้จัดการชิงชัยจำต้องประกาศเลื่อนเกมออกไปอย่างไม่มีกำหนด

เดลี่เมล์ กล่าวว่าจากสถานะการณ์ดังที่กล่าวถึงแล้วอาจนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการลงโทษชมรม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขั้นรุนแรงด้วยการตัดแต้ม เนื่องมาจากไม่สามารถค้ำประกันความปลอดภัยให้กับนักฟุตบอล สตาฟฟ์ ผู้ตัดสิน รวมทั้งข้าราชการจัดแจงชิงชัยได้ รวมถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณทางเข้าออกสนามในวันชิงชัย ตามกฎของ พรีเมียร์ลีก

นอกเหนือจากนั้นทีม ปีศาจร้ายแดง บางครั้งก็อาจจะจำต้องชำระค่าปรับ รวมทั้งโดนห้ามแข่งในสนามเหย้าของตนอีกด้วย ทั้งนี้ทาง เอฟเอ รวมทั้ง พรีเมียร์ลีก กำลังปฏิบัติงานไต่สวนหาต้นเหตุที่ส่งผลให้เกิดสถานะการณ์วุ่นวายดังที่กล่าวถึงแล้วขึ้น

สาหรับต้นเหตุที่แฟนบอลออกมาประท้วงรวมทั้งก่อเหตุดังที่กล่าวถึงแล้วเนื่องจากการที่ตระกูลเกลเซอร์นำชมรมเข้าร่วมก่อตั้ง ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ซึ่งสร้างความรู้สึกว่าไม่พึงพอใจให้กับบรรดา เร้ดอาร์มี่ มากมายก่ายกอง รวมถึงผลงานสำหรับเพื่อการบริหารทีมอันล้มเหลวในช่วงก่อนหน้านี้

จบเลย! อินเตอร์ฯ ผงาดคว้าแชมป์กัลโซ่ ข้างหลัง อตาลันต้า สะดุดทำเป็นแค่เสมอ

“งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ผงาดได้แชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา ฤดู 2020-21 ได้สำเร็จ ภายหลังที่ อตาลันต้า ทีมชั้น 2 ของตาราง ทำได้แค่บุกเสมอกับ ซาสซูโอโล่ 1-1 สำหรับการชิงชัยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 เดือนพฤษภาคม ก่อนหน้านี้

โดยจากผลเสมอของเกมนัดดังกล่าวมาแล้วข้างต้นทำให้ อตาลันต้า มีแต้มตามหลัง อินเตอร์ มิลาน ถึง 13 คะแนน และเหลือโปรแกรมการประลองเพียง 4 นัดเพียงแค่นั้น ทำให้ไม่อาจจะทำแต้มไล่ได้ทันแน่นอนแล้ว

ทำให้ อินเตอร์ มิลาน ได้แชมป์ได้เป็นสมัยที่ 19 ในประวัติศาสตร์สมาพันธ์ และถือได้ว่าเป็นการกลับมาคว้าสคูเด็ตโต้ได้อีกทีในรอบ 11 ปี หลังจากหนสุดท้ายทำได้เมื่อปี 2010 ภายใต้การคุมทีมโดย โชเซ่ มูรินโญ่

สำหรับ “เนรัซซูรี่” ภายใต้การทำทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ เดี๋ยวนี้รั้งตำแหน่งหัวหน้าฝูงด้วยการมี 82 คะแนน จากผลงานชนะ 25 เสมอ 7 และแพ้เพียง 2 นัดเพียงแค่นั้น ข้างหลังผ่าน 34 เกม

สามแต้มล้ำค่า! บาร์เซโลน่า บุกรัวแซง บาเลนเซีย 3-2 จี้จ่าฝูง 2 แต้ม

การแข่งขัน บอล ลา ลีกา ประเทศสเปน คู่ระหว่าง “ค้างคาว” บาเลนเซีย เปิดบ้านพบกับ “อาซูลกราน่า” บาร์เซโลน่า ที่สนาม เอสตาดิโอ เด เมสตาย่า เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 2 เดือนพฤษภาคม 2564

เปิดตัวมา 2 นาที กลุ่มเยือนเกือบจะได้ประตูนำ อองตวน กรีซมันน์ พลิกหนีแนวรับก่อนจ่ายเข้าเขตโทษให้ แฟร้งกี้ เดอ ยองก์ ไหลย้อนให้ เปดรี ซัดด้วยขวาหลุดเสาออกไปนิดหนึ่ง

นาทีที่ 10 บาร์เซโลน่า มาได้ฟรีคิกด้านซ้าย ลิโอเนล เมสซี่ บรรจงเปิดบอลเข้าเขตโทษให้ โรนัลด์ อเราโฆ่ วิ่งมาทิ้งตัวยิงแต่ เยสเปอร์ ซิลเลสสังเวย พุ่งปัดได้เหลือเชื่อ

นาทีที่ 25 เจ้าของบ้านตอบโต้คืนบ้าง โฆเซ่ กาย่า พาบอลขึ้นมาด้านซ้ายก่อนเปิดให้ ดาเนี่ยล วาส ยิงด้วยขวาหน้าเขตโทษแต่ แทร์ ชตีเก้น ล้มตัวรับไว้ได้อย่างง่ายๆ หมดครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0

กลับมาเล่นช่วงหลัง นาทีที่ 50 เจ้าถิ่นมาได้ลูกเตะมุมด้านซ้าย การ์ลอส โซเลร์ เปิดโด่งเข้าไปหน้าประตู แทร์ ชตีเก้น ออกมาตัดบอลพลาด กาเบรียล เปาลิสต้า กระแทกตุงตาข่ายไม่เหลือ บาเลนเซีย นำ 1-0

นาทีที่ 56 “อาซูลกราน่า” มาได้จุดลูกโทษจากจังหวะที่ โตนี่ ลาโต้ นักเตะเจ้าถิ่นทำแฮนด์บอลในเขตโทษ ลิโอเนล เมสซี่ ยิงไปโดน ซิลเลสสังเวย ปัดได้ก่อนที่บอลจะอลหม่านมาเข้าทาง เมสซี่ ล้มตัวซ้ำเข้าไปไม่เหลือ บาร์เซโลน่า ตีเสมอ 1-1

นาทีที่ 63 กลุ่มเยือนฝ่าต่อโดยทันที ยอร์ดี้ อัลบา เติมเกมขึ้นมาก่อนเปิดลึกถึง แฟร้งกี้ เดอ ยองก์ ได้โหม่ง ซิลเลสสังเวย ปัดได้จังหวะแรกแต่บอลไปเข้าทาง อองตวน กรีซมันน์ ยิงเข้าไปไม่เหลือ บาร์เซโลน่า แซงนำ 2-1

นาทีที่ 69 บาร์เซโลน่า นำห่าง 3-1 จากลูกฟรีคิกกึ่งกลางประตู ลิโอเนล เมสซี่ ปั่นด้วยซ้ามบอลพุ่งผ่านกำแพงผ่านมือ เยสเปอร์ ซิลเลสสังเวย ชนเสาเข้าไปอย่างเด็ดขาด

นาทีที่ 83 เจ้าถิ่นไม่ยอมง่ายๆการ์ลอส โซเลร์ สับไกด้วยขวาสุดแรงจากระยะกว่า 25 หลา บอลพุ่งผ่านมือ มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น ตุงตาข่าย บาเลนเซีย ไล่มา 2-3

จบเกม “อาซูลกราน่า” บาร์เซโลน่า บุกเอาชนะ บาเลนเซีย 3-2 เก็บสามคะแนนสำคัญ รั้งอันดับ 3 ทำสกอร์ตามหลัง แอต.มาดริด หัวหน้าฝูงเหลือแค่ 2 คะแนนแค่นั้น

รายนามผู้เล่นของทั้งคู่กลุ่ม
บาเลนเซีย (4-4-2) เยสเปอร์ ซิลเลสสังเวย – เธียร์รี่ กอร์เรอา, กาเบรียล เปาลิสต้า, อูเก๋ กียามอน (เควิน กาเมโร่ น.79), โฆเซ่ กาย่า – ดาเนี่ยล วาส, อูรอคอยส ราซิซ (คริสเตียน โอลิว่า น.79), การ์ลอส โซเลร์, โตนี่ ลาโต้ (มุคตาร์ เดียกาบี้ น.64) – กอนซาโล่ เกเดส, มักซี่ โกเมซ
บาร์เซโลน่า (3-5-2) มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น – โรนัลด์ อเราโฆ่, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็อง ล็องเล่ต์ – เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ – เซอร์จินโญ่ เดรสต์ (แซร์จี๋ โรแบร์โต้ น.75), เปดรี (อิแล็กซ์ โมริบ้า น.75), แฟร้งกี้ เดอ ยองก์, ยอร์ดี้ อัลบา- อองตวน กริซมันน์, ลิโอเนล เมสซี่