เจ้าภาพสุดช้ำ! ประเทศสเปน เฉือน ประเทศญี่ปุ่น ยืดเวลา 1-0 ทะลุชิงทองลูกหนังโอลิมปิก

การแข่งขันชิงชัยบอล โอลิมปิกเกมส์ 2020 รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง “ซามูไรบลู” กลุ่มชาติประเทศญี่ปุ่น พบกับ “กระทิงดุ” สเปน ที่สนามไซตามะ สเตเดี้ยม เมื่อวันอังคารที่ 3 ส.ค. 2564

เริ่มเกมมาเพียงแต่ 6 นาที สเปน เกือบได้ประตูออกนำ ดานี่ โอลโม่ ลากขึ้นด้านซ้ายก่อนเปิดเข้าจุดโทษบอลเลยไปถึง ไม่เกล เมริโน่ ได้โหม่งจ่อๆผ่านคานออกข้างหลังไป

นาทีที่ 11 เจ้าถิ่นเกือบได้เช่นกันจากจังหวะที่ ไดอิชิ ฮายาชิ ได้บอลหลุดเข้าจุดโทษก่อนซัดผ่านคานออกไป แต่ว่าจังหวะนี้ผู้ตัดสินเป่าย้อนไปว่าเป็นลูกล้ำหน้าไปแล้ว
นาทีที่ 31 กลุ่มเยือนเกือบได้อีกหนจากจังหวะที่ ไม่เกล โอยาร์ซาบัล ได้บอลในจุดโทษก่อนสับไกด้วยขวาบอลพุ่งบินผ่านคานออกข้างหลังไปอีก

นาทีที่ 42 “ซามูไรบลู” ได้สวนบ้าง ทาเคฟุสะ ลุกโบะ ลากบอลหลุดเข้าจุดโทษก่อนเปิดไปหน้าประตูให้ เรโอ ฮาตาเตะ ยิงจ่อๆติดแนวรับออกข้างหลังไป หมดครึ่งแรกยังเท่ากัน 0-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 51 เจ้าของบ้านสบโอกาสอีกหนจากจังหวะที่ เรโอ ฮาตาเตะ เก็บบอลได้หน้าได้ตาจุดโทษก่อนไหลให้ ไดอิชิ ฮายาชิ ซัดด้วยขวาหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดายนาทีที่ 56 เกมจำต้องหยุดเนื่องจากว่าผู้ตัดสินเป่าจุดลูกโทษให้กับ สเปน ข้างหลังมองว่า มายะ โยชิดะ ไปแทง ไม่เกล เมริโน่ ล้มลง อย่างไรก็ดีหลังจากที่เช็ค VAR แล้ว ปรากฏว่า ปราการหลังประเทศญี่ปุ่น แทงโดนบอลก่อน

นาทีที่ 76 “กระทิงดุ” เกือบได้ประตูแบบสุดๆเปดรี เปิดบอลไปแฉลบ อาโอะ ทานากะ บอลไปเข้าทาง ราฟา มีร์ ได้หลุดคนเดียวเข้าไปยิงด้วยขวาแต่ว่า วัวเซะ ทานิ ออกมาบล็อกไว้ได้ทัน

ท้ายเกม สเปน โหมบุกหนักและก็เกือบได้บ่อยจาก ไม่เกล โอยาร์ซาบัล และก็ ราฟา มีร์ แต่ว่าก็ยังไม่สามารถจ่ายบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้ จบ 90 นาที เท่ากัน 0-0 จำต้องขยายเวลาพิเศษออกไป 120 นาที
นาทีที่ 115 สเปน มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ไม่เกล โอยาร์ซาบัล ส่งบอลเข้าจุดโทษให้ มาร์โก อเซนซิโอ้ พลิกแล้วปั่นด้วยซ้ายแทงเสาสองเข้าไปเด็ดขาด

จบเกม สเปน เชือดเอาชนะ ประเทศญี่ปุ่น ไปได้ 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงเหรียญทอง โดยจะไปพบกับ “แชมป์เก่า” กลุ่มชาติบราซิล ในวันเสาร์ที่ 7 ส.ค. นี้

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองกลุ่ม
ประเทศญี่ปุ่น (4-2-3-1) : วัวเซะ ทานิ – ยูตะ นากายาม่า, วัว อิตาลุกระ, มายะ โยชิดะ, ฮิโรกิ ซากาอิ – วาตารุ เอนโดะ, อาโอะ ทานากะ – เรโอ ฮาตาเตะ, ริตสึ โดอัน, ทาเคฟุสะ ลุกโบะ – ไดอิชิ ฮายาชิ
สเปน (4-3-3) : อูไน ซิมอน – มาร์ค กูกูเรย่า, เอริค การ์เซีย, เปา โคนร์เรส, ออสการ์ กิล – ไม่เกล เมริโน่, มาร์ติน ซูบิเมนดี้, เปดรี – ดานี่ โอลโม่, ราฟา มีร์, ไม่เกล โอยาร์ซาบัล

ลีลล์ โค่น เปแอสเช 1-0 ซิวแชมป์ซูเปอร์ คัพ หนแรก

ลีลล์ โชว์ได้สมราคา แชมป์ ลีก เอิง หลังเอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไปได้ 1-0 ครองแชมป์ เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ไปครอบครองเป็นสมัยเเรก

การแข่งขันชิงชัยบอล เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ที่สนามบลูมฟิลด์ สเตเดียม, เทล อาวีฟ (อิสราเอล) “ยี่ห้อสุนัข” ลีลล์ แชมป์ ลีก เอิง ฝรั่งเศส ดวลเดือดกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เฟรนช์ คัพ

ลีลล์ แชมป์ลีก เอิง ส่งคู่หอกเก่ง โจนาธาน เดวิด กับ บูรัค ยิลมาซ ส่วน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์เฟร้นช์ คัพ มี เมาโร การ์ดี้ ยืนหน้าเป้าผลที่ตามมา ครึ่งแรกมาถึงนาทีที่ 45 ลีลล์ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ บูรัค ยิลมาซ ส่งบอลให้ เชกา ตะบันด้วยขวาจากหน้าจุดโทษ บอลพุ่งเข้าไปตุงตาข่ายอย่างเฉียบขาด ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ครึ่งหลัง เป็น เปแอสเช ที่ครอบครองบอลได้มากกว่าอย่างได้ชัด กระทั่งนาทีที่ 71 เมาริสิโอ โปเชตว่ากล่าวโน จะต้องเปลี่ยนตัวส่ง จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม อดีตมิดฟิลด์ลิเวอร์พูล ลงมาเพื่อหวังยกฐานะเกมดินแดนกึ่งกลาง

หลังจากนั้นนาทีที่ 74 เปแอสเช เกือบจะตีเสมอ จากจังหวะที่ เมาโร อิคาร์ดี ยิงเข้าไปแล้ว แม้กระนั้นโดนผู้ตัดสินจับล้ำหน้า

ช่วงเวลาที่เหลือเปแอสเช อุตสาหะฝ่าใส่ ลีลล์ อย่างหนัก แม้กระนั้นสุดท้ายก็เจาะเข้าไปทำประตูไม่ได้ จบเกม ลีลล์ เป็นฝ่ายเอาชนะ 1-0 ครองแชมป์ โทรเฟ่ เดส์ ช็องปิย็องส์ หรือ เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ในปีนี้ไปครอบครอง ก่อนที่ลีก เอิง ฤดูใหม่จะเริ่มในสุดสัปดาห์หน้า