ไม่ธรรมดา! สื่อเผย “จอร์จิน่า” หวานใจ “โรนัลโด้” รับทรัพย์สมบัติอื้อ

จอร์จิน่า โรดริเกวซ ภรรยาสาวคนงามของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงตัวเก่งของ “ม้าลาย” ยูเวนตุส สมาพันธ์ดังแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ถูก เดอะซัน สื่อจอมเปิดโปงของเกาะอังกฤษ เปิดเผยว่าคุณมีรายได้จากการโพสต์ภาพลงในโลกโซเชียลผ่านอินสตาเอ็งรม มากถึง 29,587 ปอนด์ (โดยประมาณ 1.1 ล้านบาท) ต่อการโฆษณาผลิตภัณฑ์ 1 ครั้ง


โดย อินสตาเอ็งรมของแฟนสาวยอดลำแข้งซุปตาร์ มียอดผู้ติดตามมากถึง 14.5 ล้านคน และถือเป็นช่องทางสำหรับเพื่อการโปรโมทตัวผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากว่าทุกโพสต์จะมีแฟนๆมาแห่กดไลค์กันมาก

อย่างไรก็ดีมูลค่าดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วยังนับว่าเป็นรอง ชากิร่า ภรรยาสาวของ เคราร์ด ปิเก้ ปราการหลัง บาร์เซโลน่า และ วิคตอเรีย ภรรยาของ เดวิด เบ็คแฮม อดีตกาลนักเตะซูเปอร์สตาร์ แบบมองไม่เห็นฝุ่นละออง


สำหรับ คุณแม่วัย 25 ปี เกิดและโตที่ประเทศสเปน ซึ่งคุณเคยปฏิบัติงานด้านแฟชั่น ก่อนคบค้าสมาคมกับลำแข้งดัง และมีลูกร่วมกัน 1 คนเมื่อปี 2016 ก่อนหน้าที่ผ่านมาชื่อว่า อลาน่า มาร์ติน่า นอกนั้นคุณยังรับหน้าที่เป็นแม่เลี้ยงให้กับลูกๆอีก 3 คนของ ดาวยิงเลขลำดับ 7 แห่งทัพฝอยทอง

OnThisDay 6 เดือนมิถุนายน 2015 : “เทรบ​เบิ้ลแชมป์” อีกครั้ง ของบาร์เซโลน่า

ฤดูกาล 2008/09 บาร์เซโลน่า ในสมัยของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างประวัติศาสตร์เป็นชมรมแรกของประเทศสเปน ที่คว้า 3 แชมป์หลักข้างในฤดูกาลเดียวกัน ทั้งยังลาลีกา, โคปา เดล เรย์ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

การคว้า 3 แชมป์ใหญ่ในฤดูกาลเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆแต่ว่าบาร์ซ่าก็สามารถทำ “เทรบเบิล” ได้เป็นครั้งที่ 2 ภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ สมัยก่อนนักเตะบาร์ซ่า ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของเป๊ปนั่นเอง

ในฤดูกาล 2014/15 เอ็นริเก้ เข้ามาคุมทีมบาร์ซ่าเป็นฤดูกาลแรก และได้เสริมทัพดาวยิงชื่อดังอย่างหลุยส์ ซัวเรซ เข้ามาผนึกกำลังเกมรุกกับเนย์มาร์ และลิโอเนล เมสซี่ ในนามของ 3 ผสานกองหน้ารหัสลับ “MSN”
บาร์เซโลน่า กับฤดูกาลแรกของเอ็นริเก้ รับประกันได้แชมป์ลาลีกาก่อนลงเตะนัดหมายสุดท้าย แล้วหลังจากนั้นก็ได้แชมป์วัวปา เดล เรย์ ด้วยเอาชนะแอธเลตำหนิก บิลเบา และยังมีลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย


6 เดือนมิถุนายน 2015 บาร์เซโลน่า ลงเล่นนัดหมายชิงแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก เจอกับยูเวนตุส จากอิตาลี ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อหวังสร้างประวัติศาสตร์ “เทรบเบิลแชมป์” อีกรอบ

อิวาน ราคิตำหนิช ยิงให้บาร์เซโลน่านำไปก่อนตั้งแต่ 4 นาทีแรก แต่ว่าในช่วงครึ่งหลัง อัลบาโร่ โมราต้า ตีเสมอให้ยูเวนตุส ก่อนที่จะซัวเรซ จะยิงขึ้นนำให้บาร์ซ่าอีกรอบ และเนย์มาร์ ก็ทำประตูปิดท้ายให้บาร์เซโลน่า เอาชนะยูเวนตุส 3 – 1
บาร์เซโลน่า ได้แชมป์ยุโรปถ้วยใหญ่เป็นยุคที่ 5 และเป็นการคว้า 3 แชมป์ใหญ่ เสมอกันกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อ 6 ปีกลาย หน้านั้น สร้างประวัติศาสตร์เป็นชมรมแรกของทวีปยุโรป ที่คว้า “เทรบเบิลแชมป์” ได้ถึง 2 คราว


แน่ๆว่า ผู้ที่มีส่วนสำคัญกับการบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในฤดูกาล 2014/15 โน่นคือ 3 กองหน้า “MSN” ที่ทำประตูรวมกันถึง 122 ประตู รวมทุกรายการ (เมสซี่ 58 ประตู, ซัวเรซ 25 ประตู, เนย์มาร์ 39 ประตู)

ในฤดูกาลต่อมา (2015/16) 3 แนวรุก “MSN” ยังคงทำประตูถล่มทลายสม่ำเสมอ โดยยิงได้รวมกัน 131 ประตู พาทีมคุ้มครองปกป้องแชมป์ลาลีกา และโคปาเดล เรย์ รวมทั้งได้แชมป์สแปนิช ซูเปอร์ คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คลับ เวิลด์ คัพอีกด้วย

บันทึกฉบับร่างอัตโนมัติ

ทุกๆครั้งสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงชนะเลิศแห่งชาติยุโรป เว้นเสียแต่ตำแหน่งแชมเปี้ยนแล้ว “ดาวซัลโวสูงสุด” ก็เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่แฟนบอลคนจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจสูงที่สุดhttps://www.producthunt.com/@lovepoker168

โดยในศึกยูโร 2020 ที่กำลังจะเริ่มต้นนี้ จำเป็นต้องบอกว่ามีซูเปอร์สตาร์หลายรายที่ได้โอกาสเอารางวัลที่เกียรตินี้ไปครอบครอง วันนี้พวกเราก็เลยต้องการพาผู้อ่านทุกคนทดลองไปดูกันว่าในแต่ละกลุ่มเพียงพอจะมีคนไหนกันแน่ที่เข้าตากันบ้าง

กลุ่ม A


อิตาลี : หัวหอกอย่าง ชิโร อิมโมบิเล ของลาสิโอดูจะได้โอกาสอยู่พอเหมาะพอควร เหมือนกับ ลอเรนโซ อินสิเญ ศูนย์หน้าจากนาโปลีที่ยิงถล่มทลายในฤดูกาลก่อนหน้าที่ผ่านมา
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ : ปีนี้มีดาวยิงอย่าง ฮาริส เซเฟโรวิช ที่ยิงไปถึง 26 ประตูให้กับเบนฟิกาเป็นตัวความมุ่งหวัง แต่ว่าก็อย่าลืมว่า เชอร์ดาน ชากิรี ของลิเวอร์พูลเองก็ชอบทำก้าวหน้าสำหรับการรับใช้กองทัพเช่นเดียวกัน
ประเทศตุรกี : อาจจะจำเป็นต้องจับตาไปที่ 2 หัวหอกจากลีลล์ กลุ่มแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศฝรั่งเศสฤดูกาลล่าสุดอย่าง ยูซุฟ ยาสิซี ที่ทำไป 14 ประตูและ บูรัค ยิลมาซ ศูนย์หน้าตัวเก๋าวัย 35 ปีที่ยิงไป 18 ลูกตลอดฤดูกาลก่อนหน้าที่ผ่านมา
เวลส์ : คงจะเป็นคนไหนกันแน่ไปมิได้เว้นเสียแต่ความมุ่งหวังอันสูงสุดของประเทศอย่าง แกเร็ธ เบล ที่ฟอร์มดูจะร้อนแรงขึ้นมาบางส่วน ภายหลังจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แยกทางกับ โชเซ มูรินโญ เมื่อต้นปีก่อนหน้าที่ผ่านมา

กลุ่ม B


เบลเยียม : ปีนี้อาจจะจำเป็นต้องเฝ้าดูไปที่ โรเมลู ลูกากู ที่ระเบิดฟอร์มเก่งกับอินเตอร์ มิลาน เป็นอันดับแรก แต่ว่าก็ยังมีรายอื่นที่มีลุ้นอย่าง ดรีส์ เมอร์เทน หรือแม้แต่ คริสเตียน เบนเตเก ที่ฟอร์มดีกับคริสตัล พาเลซ ในปีนี้
เดนมาร์ก : จำเป็นต้องบอกว่าปีนี้ดูจะไม่มีสตาร์ที่ฟอร์มเปรี้ยงปร้างเด่น แต่ว่าสำหรับสองหัวหอกอย่าง ยุสซุฟ โพลเซน จากเครื่องปรับอากาศเบ ไลป์สิกข์ และ คาสเปอร์ ดอลเบิร์ก จากนีซ ก็เพียงพอจะเป็นตัวความมุ่งหวังสำหรับการถล่มประตูได้อยู่บ้าง หรือเปล่าแน่ คริสเตียน เอริกเซน ศูนย์หน้าสูงสุดประจำกลุ่มบางทีก็อาจจะคืนฟอร์มเก่งหามกลุ่มในยูโรคราวนี้ก็เป็นได้
ประเทศฟินแลนด์ : น่าเฝ้าดู 2 หัวหอกจาก เดอะ แชมเปียนชิพ ที่พาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดฤดูกาลหน้าอย่าง ตีมู ปุกกี ที่ยิงให้นอริช สิตี้ ไปถึง 26 ประตู และ มาร์คัส ฟอร์สส์ ที่ซัดไป 10 ประตูพาเบรนต์ฟอร์ดขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกได้เสร็จ
รัสเซีย : ยังคงจำเป็นต้องหวังพึ่งหัวหอกตัวเก๋าอย่าง อาร์เต็ม ซูบา ที่ยิงให้เซนิตฯ ไป 22 ประตูในปีที่ล่วงเลยไป อย่างไรก็ดี เพียงพอจะมีหน้าใหม่อย่าง อเล็กซานเดร โซโบเลฟ ที่ทำผลงานก้าวหน้ากับสปาร์ตัก มอสโก รวมถึง 2 ผู้เล่นคนสำคัญอย่าง อเล็ก มิรันชุค จากอตาลันตา และ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ของโมนาโก ที่จะละสายตาไปมิได้เช่นเดียวกัน

กลุ่ม C


เนเธอร์แลนด์ : ปีนี้จำเป็นต้องบอกว่า ฮอลแลนด์ มีดาวยิงฝีเท้าดีเลิศมายทั้ง เมมฟิส เดขว้างย ตัวความมุ่งหวังอันดับที่หนึ่ง, ดอนเยลล์ มาเลน หัวหอกจากพีเอสวีฯ, สตีเฟน เบิร์กฮุยส์ แนวรุกจากเฟเยนูร์ด และ วูท เวกฮอร์สต์ ศูนย์หน้าจากโวล์ฟสบวร์ก
ออสเตรีย : ตัวความมุ่งหวังในดินแดนหน้าปีนี้คงจะเป็น ซาซา คาลาจ์ดสิช หัวหอกเนื้อหอมจากสตุๆตการ์ทที่ยิงไปถึง 17 ประตูในฤดูกาลก่อน รวมถึงมีตัวรุกอย่าง คริสตอฟ บวมการ์ทเนอร์ และ มาร์แซล ซาบิตเซอร์ ซึ่งสามารถฟากผีฝากไข้เอาไว้ได้ในยูโรคราวนี้
ยูเครน : กลุ่มของ “เชว่า” ปีนี้มี 3 ประสานที่น่าขนลุกอย่าง โรมัน ยาเรมชุค ศูนย์หน้าจากเกนท์ที่ยิงไปถึง 23 ประตูในลีกเบลเยียม, รัสลาน มาลินอฟสกี ตัวรุกจากอตาลันตา และที่จำเป็นมากเลยเป็น วิคตอร์ ทซีกานคอฟ สตาร์เนื้อหอมจากดินาโม เคียฟ นั่นเอง
มาสิโดเนียเหนือ : กลุ่มเล็กๆนอกสายตากลุ่มนี้มีหัวหอกตัวเก๋าที่ดังในกัลโช เซเรีย อา อย่าง โกรัน ปานเดฟ ที่แม้ตอนนี้ในวัย 37 ปี แต่ว่าก็ยังคงค้าแข้งในระดับท็อปกับเจนัว แถมยังทำประตูได้อย่างต่อเนื่องอีกต่างหาก

กลุ่ม D


อังกฤษ : แน่นอนว่าศูนย์หน้าอันดับที่หนึ่งอาจจะจำเป็นต้องฝากความมุ่งหวังไว้ที่ แฮร์รี เคน ก่อนเพื่อน และมาลุ้นกับฟอร์มเหล่าบรรดาตัวรุกอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช, ราฮีม สเตอร์ลิง รวมถึง แจ็ค กรีลิช หรือแม้แต่หัวหอกอย่าง โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน เองก็เพียงพอจะมีลุ้นอยู่บ้างด้วยเหมือนกันแม้สามารถชนะใจ แกเร็ธ เซาธ์เกต และยึดตำแหน่งตัวจริงมาครอบครองได้
โครเอเชีย : รองแชมป์โลกครั้งล่าสุดยังคงใช้หัวหอกหน้าเก่าๆหลายรายในกลุ่มชุดนี้ นำโดย อังเดร ครามาริช จากฮอฟเฟนไฮม์, อันเต เรบิช ตัวรุกจากเอซี มิลาน และ นิโกลา วลาสิช จากซีเอสเคเอ มอสโก เป็นตัวความมุ่งหวังในศึกยูโรปีนี้
สกอตแลนด์ : น้องใหม่หน้าเก่านำกองทัพโดย เช อดัมส์ แนวรุกจากเซาธ์แฮมป์ตันเป็นตัวชูโรง
สาธารณรัฐเช็ก : 2 ตัวรุกที่น่าจับตาในปีนี้เป็น แพทริก ชิก จากเลเวอร์คูเซน และดาวรุ่งมาแรงอย่าง อดัมส์ ฮาโลเซค ของสปาร์ตา ปราก ที่กลายเป็นข่าวสารกับกลุ่มยักษ์ใหญ่หลายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

กลุ่ม E


ประเทศสเปน : กองทัพวัวกระทิงดุมีหัวหอกตัวเป้าอยู่ 2 คนภายในกลุ่มชุดนี้เป็น อัลบาโร โมราตา จากยูเวนตุๆส และ หนวดเคราร์ด โมเรโน ศูนย์หน้าจากบียาร์เรอัล แชมป์ยูโรปา ลีก กลุ่มล่าสุด ส่วนที่เหลือจะเป็นตัวรุกเสียจำนวนมาก ที่เพียงพอจะเป็นไปได้ก็ดังเช่นว่า เฟร์รัน ตอร์เรส จากแมนฯ ซิตี้, มิเกล โอยาร์ซาบัล จากเรอัล โซเซียดาด, เปดรี จากบาร์เซโลนา และ ดานี โอลโม จากเครื่องปรับอากาศเบ ไลป์สิกข์
ประเทศโปแลนด์ : จะเป็นคนไหนกันแน่ไปมิได้นอกเสียจากหัวหอกระดับเทวดาอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ศูนย์หน้าสูงสุดประจำกลุ่ม รวมถึง อาร์คาดิอุสซ์ มิลิก จากโอลิมปิก มาร์กเซย
ประเทศสวีเดน : แม้ในปีนี้จะไม่มีหัวหอกตัวหามอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มาด้วย แต่ว่าพวกเขามีดาวรุ่งเลือดใหม่ที่น่าสนใจอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัก ศูนย์หน้าจากเรอัล โซเซียดาด และ จอร์แดน ลาร์สสัน จาก สปาร์ตัก มอสโก รวมถึงมีตัวรุกมีชื่อเสียงทั้ง เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ของเครื่องปรับอากาศเบ ไลป์สิกข์ และ เดจนกระทั่ง คูลูเซฟสกี ของยูเวนตุๆสเป็นอันมากหลักอีกด้วย
สโลวาเกีย : เป็นชุดถ่ายเลือดใหม่แทบทั้งหมดโดยมีตัวความมุ่งหวังในดินแดนหน้าเป็น อิวาน เฒ่านซ์ จากยาโบลเนช และ ออนเดรจ์ ดูดา จากเอฟซี โคโลญจน์

กลุ่ม F


ประเทศฝรั่งเศส : 2 ตัวความมุ่งหวังอย่าง อ็องตวน กรีซมันน์ ที่มีดีกรีเป็นถึงดาวซัลโวคราวก่อน และแน่นอน คิเลียน เอ็มบัปเป ยอดแนวรุกจากกรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง อย่างไรก็ดี พวกเขายังมี คาริม เบนเซมา และ วิสเซม เบน เยดแดร์ ที่ได้โอกาสถล่มประตูในศึกยูโรคราวนี้ได้เช่นเดียวกัน
เยอรมนี : บรรดาตัวรุกของกองทัพอินทรีเหล็กในปีนี้จัดว่าเปลี่ยนไปพอเหมาะพอควรโดยมี ทิโม แวร์เนอร์ และ เควิน โฟลลันด์ เป็นลู่ทางในตำแหน่งหมายเลข 9 ส่วนตัวรุกคนอื่นที่น่าสนใจก็มี โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี, ลีรอย ซาเน 3 แข้งจากบาเยิร์น มิวนิค และ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่เริ่มฉายแววกับเชลซีได้ในพักหลัง
โปรตุเกส : แน่นอนคนที่มีลุ้นสูงที่สุดก็คือ คริสเตียโน โรนัลโด ศูนย์หน้าสูงสุดในรายการนี้ รวมถึง อังเดร สิลวา แนวรุกฟอร์มแรงจากแฟรงค์เฟิร์ต, ดิโอโก โชต้า จากลิเวอร์พูล รวมถึงน้องใหม่ไฟแรงจากสปอร์ติง ลิสบอน อย่าง เปโดร กอนซัลเวส ก็น่าติดตามไม่น้อยเช่นเดียวกัน
ฮังการี : นำโดยหัวหอกตัวเก๋าอย่าง อดัม ซาไล เป็นตัวความมุ่งหวังกับแนวรุกรุ่นน้องอย่าง โรแลนด์ ซัลไล ที่น่าจะมีผลงานช่วยกลุ่มได้บ้างในศึกยูโร 2020 นี้

“เทรนท์” ถอนตัวกลุ่มชาติอังกฤษหลังเดี้ยง คาดพัก 6 อาทิตย์

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แผงหลังจาก ลิเวอร์พูล จะต้องถอนตัวออกมาจากทีมชาติอังกฤษหลังจากได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อฉีกจนขาดในเกมฝึกซ้อมที่พบกับ ออสเตรีย เมื่อวันพุธก่อนหน้านี้ ตามรายงานจาก ลิเวอร์พูลเอ็คโคhttp://geekgirlsnightout.com/membership/members/lovepoker168/profile/

แบ็คขวาวัย 22 ปีได้รับช่องทางให้ลงสนาสมเป็นตัวจริงในเกมเมื่อกึ่งกลางอาทิตย์ที่ทีมชาติอังกฤษสามารถเอาชนะออสเตรียไปได้ 1-0 จากวิธีการทำประตูของ บูกาโย ซาก้าในเกมดังที่กล่าวมาข้างต้น เทรนท์ ได้รับบาดเจ็บจนกระทั่งจะต้องถูกหิ้วออกนอกสนาม โดย แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือสิงโตขู่คำรามได้ให้สัมภาษณ์ข้างหลังจบเกมว่า เขาหวังว่าอาการของตัวรุก ลิเวอร์พูล จะไม่มากยิ่งอย่างที่คิด

อย่างไรก็ตามรายงานปัจจุบันจาก พอล จ๊อยซ์ นักข่าวมีชื่อจาก เดอะไทมส์ กำหนดเอาไว้ภายในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า แบ็คขวา หงส์แดง จะต้องพลาดการลงเล่นในศึก ยูโร ให้กับทีมชาติอังกฤษแล้วข้างหลังได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง”เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ของ ลิเวอร์พูล จะพลาดการลงเล่น ยูโร ให้กับทีมชาติอังกฤษ ผลสแกนได้ทำให้เห็นว่า มีลักษณะอาการบาดเจ็บที่ต้นขาซึ่งจะมีผลให้เขาจะต้องพักประมาณ 6 อาทิตย์”รายงานจาก เดอะไทมส์ ยังระบุว่า อาร์โนลด์ ได้เก็บของออกมาจากแค้มป์เก็บตัวของทีมสิงโตขู่คำรามแล้ว รวมทั้ง แกเร็ธ เซาธ์เกต กำลังใคร่ครวญดึงนักเตะที่ถูกตัดชื่ออกไปเข้ามาแทนที่ โดยมี เจมส์ วอร์ด-พราวแพรวส์ รวมทั้ง เจสซี ลินการ์ด เป็น 2 ตัวเลือกที่มีสิทธิ์สูงที่สุดในเวลานี้

เอาไปเพราะเหตุไร?! “ริโอ” ชี้ “แม็คไกวร์” ควรถูกตัดชื่อจากกองทัพสิงโตชุดฝ่ายูโร 2020

ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตปราการหลังทีมชาติอังกฤษ ชี้ชัดว่า แกเร็ธ เซาธ์เกต ไม่สมควรใส่ชื่อ แฮร์รี แม็คไกวร์ อยู่ในทีมชุดสู้ศึกยูโร 2020 โดยคิดว่าร่างกายนักฟุตบอลยังฟิตไม่สมบูรณ์https://www.ultimate-guitar.com/u/lovepoker168

“อังกฤษอยากได้เซ็นเตอร์แบ็กคนอื่น สิ่งนี้บอกกับผมว่า เขา (เซาธ์เกต) จะเล่นแบ็ก 3 คนอย่างไม่ต้องสงสัย แฮร์รี แม็คแกว่งร์ ยังไม่ฟิตด้วย เป็นผมคงไม่เอาแม็คแกว่งร์ไป คุณไม่ฟิต และก็อีกเป็นเวลายาวนานกว่าจะฟิต มันไม่มีเหตุผลเลย”

“ผมอยู่ในทีมกับผู้เล่นที่ไม่ฟิตและก็พวกเขาเล่นไม่ออกเมื่อมิได้มั่นใจในตัวเอง มันเคยเกิดขึ้นกับเบ็คส์ เดวิด เบ็คแฮม และก็วาซซ่า (เวย์น รูนีย์) มาแล้ว”

“โดยเบื้องต้นของแม็คแกว่งร์ เขาไม่ใช่เบ็คส์หรือวาซซ่า ผมไม่คิดว่าคุณน่าจะเอาผู้ที่ไม่ฟิต 100% ไปด้วย มันยากที่จะกลับมาและก็ปรับนิสัยเข้ากับจังหวะการเล่น”

สำหรับรายนาม 26 นักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษชุดลุยยูโร 2020 ที่ถูกประกาศออกมาแล้ว มีดังนี้

ผู้รักษาประตู : ดีน เฮนเดอร์สัน, แซม จอห์นสตัน, จอร์แดน พิกฟอร์ด

กองหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เบน ชิลเวลล์, คอเนอร์ เคาดี, รีซ เจมส์, แฮร์รี แม็คแกว่งร์, ไทโรน ไม่งส์, ลุค ชอว์, จอห์น สโตนส์, คีแรน ทริปเปียร์, ไคล์ วอล์คเกอร์

มิดฟิลด์ : จูด เบลลิงแฮม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เมสัน เมาต์, แคลวิน ฟิลลิปส์, ดีแคลน ไรซ์

แผงหน้า : โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน, ฟิล โฟเดน, แจ็ค กรีลิช, แฮร์รี เคน, มาร์คัส แรชฟอร์ด, บูคาโย ซากา, เจดอน ซานโช, ราฮีม สเตอร์ลิง

OFFICIAL! “กุน อเกวโร” เปิดตัวกับ บาร์เซโลนา พร้อมค่าฉีกคำสัญญา 100 ล้านยูโร

เซร์คิโอ อเกวโร หัวหอกวัย 32 ปีทีมชาติประเทศอาร์เจนตินา จัดแจงเปิดตัวกับต้นสังกัดใหม่ บาร์เซโลนา เป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเซ็นสัญญาจนถึงปี 2023 พร้อมค่าฉีกข้อตกลงค่า 100 ล้านยูโร หรือ 86 ล้านปอนด์ร่วมกันhttps://loop.frontiersin.org/people/1336088/bio

ufa

ภายหลังจากเจ้าตัวอกหักกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในรอบชิงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา กุน ก็เก็บกระเป๋าบินมายังประเทศสเปน เพื่อตรวจสุขภาพรวมทั้งเซ็นสัญญากับต้นสังกัดใหม่ในทันทีในวันถัดมา

โดยเจ้าตัวหมดสัญญากับ เรือใบสีฟ้า ภายหลังจากค้าแข้งในถิ่น เอตำหนิฮัด สเตเดี้ยม มายาวนานมากกว่า 10 ปี ทำสถิติเป็นนักเตะฝรั่งที่ยิงประตูสูงที่สุดใน พรีเมียร์ลีก พาทีมเป็นแชมป์ลีก 5 ยุค เอฟเอ คัพ 1 ยุค รวมทั้ง ลีกคัพอีก 6 ยุคทำเป็น 260 ประตูจาก 390 เกมรวมทุกรายการ

น่าเสียดายที่ซีซั่นท้ายที่สุดเจ้าตัวจำต้องประสบเจอกับปัญหาการบาดเจ็บรบกวนอย่างมากจนถึงแทบจะไม่มีจังหวะลงสนามจนถึงช่วงท้ายฤดูกาล แถมยังส่งท้ายด้วยแนวทางการทำได้เพียงรองแชมป์ภายหลังจาก แมนฯ ซิตี้ พ่ายแพ้ต่อ เชลซี ในนัดชิงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ผ่านมา